สาเหตุของอาการปวดหลัง

ปวดหลังจากรากปราสาทกดทับ

อาการปวดหลังที่เกิดกับหลายคน อาจจะมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่น การนอนที่นอนที่มีความนิ่มเกินไป การนั่งหรือยืนที่ไม่ถูกท่า เป็นต้น แต่ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ อาการปวดหลังที่เกิดจากประสาทโซอาติค (Sciotic nerve) ถูกหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับ ซึ่งจะเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับคนที่แบกของหนัก หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง

แต่ในบางรายอาจจะเป็นโรคนี้โดยที่ไม่มีประวัติรับการบาดเจ็บมาก่อน ก็สามารถเกิดอาการประเภทได้เช่นกัน ดังนั้นอาการปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกอาชีพและทุกเพศ

อาการปวดหลัง อาจจะเกิดขึ้นมาทันที หรือหลังการได้รับบาดเจ็บมานานเป็นเดือนหรือปี โดยจะเกิดขึ้นบริเวณกระเบนเหน็บ และร้าวลงมาตามขาข้างใดข้างหนึ่ง คนไข้อาจจะรู้สึกเสียว ๆและชาบริเวณน่องหรือเท้า

โดยเฉพาะเวลาเกิดอาการไอหรือจามได้ ในอีกกรณีอาจจะเกิดจากการที่เดินมาก ๆ หรือเวลาเหยียดเท้าตรงจะรู้สึกปวดร้าวไปตามหลังเท้าข้างนั้น และบางรายที่เป็นมาก ๆอาจจะพบอาการเท้าอ่อนแรงร่วมด้วย

อาการปวดหลัง

ตรวจอาการของโรคปวดหลัง

ในการจะตรวจดูว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ให้ลองนอนในท่าหงายและยกขาขึ้น ในท่าเข่าเหยียดตรงทีละข้าง ซึ่งตามปกติทั่วไป เราจะสามารถยกขาได้ฉากกับพื้นราบ แต่ในผู้ป่วยที่รากปราสาทถูกดกทับจะไม่สามารถ ยกขาข้างที่มีความผิดปกติ ขึ้นไปตั้งฉากกับพื้นได้ เพราะจะรู้สึกปวดตึงมากและถ้าใช้มือกระดกที่ปลายเท้าขึ้น จนเส้นประสาทตึงจะรู้สึกได้ว่ามีอาการปวดเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากวิธีการทดสอบโดยการเหยียดขาตรงตั้งฉากดังที่กล่าวมาแล้ว หากใช้วิธีด้วย การใช้เข็มแทงที่เท้าและบริเวณน่อง ซึ่งพบได้ว่าขาที่มีอาการผิดปกติจะเจ็บน้อยกว่าขาอีกข้างหนึ่ง

หรืออีกวิธีหนึ่งคือ โดยให้คนไข้ออกแรงดันหัวแม่เท้าขึ้น เพื่อต้านแรงกดของนิ้วมือของผู้ตรวจ จะพบได้ว่าขาข้างที่มีความผิดปกติดังกล่าว จะออ่อนแรงกว่าอีกข้างหนึ่ง และเพื่อให้การวินิฉัยโรคมีความแม่นยำขึ้น อาจจะต้องมี การเอ็กซเรย์บริเวณกระดูกสันหลัง ร่วมด้วย

สำหรับอาการโรคประเภทนี้ ในรายที่มีอาการเป็นไม่มาก อาจจะกระทำได้โดย การพักผ่อนร่วมกับการทำกายภาพบำบัด หรือใส่เสื้อเหล็กเพื่อพยุงหลังซึ่งอาจจะได้ผลดีในระดับหนึ่ง แต่ในรายที่มีอาการเป็นมากอาจจะต้องทำการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมในอาการของไข้แต่ละราย

อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้ โดยระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บของหลัง เช่น ในการยกของไม่งอหรือก้มหลัง ควรที่จะตั้งหลังให้ตรงและงอเฉพาะบริเวณสะโพก เข่า และข้อเท้า เท่านั้น นอกจากนั้นให้หมั่นสังเกตุอาการที่เกิดขึ้นกับหลัง มีอาการปวดหลังไม่ว่าจะเกิดจากมีสาเหตุหรือไม่ก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจก็ปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง หรืออาการมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ควรที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อวินิฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

การรักษาอาการปวดหลัง

อาการปวดหลังจากสาเหตุอื่น

บางรายหรือหลายท่านอาจจะมีอาการปวดหลังโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดมาจากสิ่งใด โดยสาเหตุอาจจะมีปัจจัยอื่นร่วมอยู่ด้วย ดังสาเหตุที่จะกล่าวดังต่อไปนี้คือ

1. กระดูกที่อยู่ลึกจากชั้นใต้ผิวหนังลงไป มีอาการผิดปกติ

2. กล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณของแผ่นหลัง มีอาการอักเสบขึ้นมา

3. หมอนรองกระดูกบริเวณหลังมีการเคลื่อนตัว หรือได้รับการกระทบกระเทือนขึ้น

โดยทั่วไปคนที่มี อายุเกินกว่า 30 ปี จะมีอาการปวดหลังเกิดขึ้นได้ แต่ปัจจุบันพบว่าคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ก็มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นได้

สาเหตุอาจจะมาจากคนในวัยนี้ในปัจจุบัน ใช้เวลาในแต่ละวันอยู่กับโต๊ะคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานขึ้น และอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องคือ รับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส หรือสารสีต่าง ๆซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูก ทำให้กระดูกผุเร็วขึ้น

โรคปวดหลัง

การป้องกันอาการ

วิธีทางแก้ไขและป้องกันได้ด้วยตนเองคือ เอาใจใส่ในเรื่องการรับประทานอาหาร สะอาดและปราศจากสารพิษที่อาจจะผสมอยู่ ละเว้นการทำทำงานหนักอย่างต่อเนื่องและนอนพักผ่อนให้พอเพียง

และที่สำคัญคือ ไม่ควรหายามารับประทานแก้ปวดด้วยตนเอง เพราะอาจจะแก้ได้ไม่ตรงจุดของปัญหา จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่นานอาการดังกล่าวอาจจะหายไปเอง โดยไม่เป็นโรคเรื้อรังในภายหลัง