ลดรอยขรุขระบนใบหน้า

ภาพรอยขรุขระบนใบหน้า ก่อนการรักษา 1

แผลขรุขระ

การมีหน้าตาและผิวพรรณที่นวลเนียน สดใส ปราศจากร่องรอยของแผลขรุขระ เป็นเรื่องที่สร้างความประทับใจในครั้งแรก แต่หากเกิดรอยแผลจนทำให้ ผิวหน้าขรุขระ คงจะทำให้มีความกังวลไม่น้อยเลย ไม่อยากออกไปพบใครและขาดความมั่นใจไปในที่สุด

สาเหตุของรอยแผลขรุขระบนใบหน้า

1. รอยแผลจากสิว อาจจะเกิดจากการบีบ แกะหรือเค้นสิว ซึ่งจะทำให้เนื้อเยื่อช้ำและเกิดแผลได้

2. เกิดรอยแผลจากการ ได้รับอุบัติเหตุ

3. เกิดแผลจากการเป็น โรคอีสุกอีใส

ภาพรอยขรุขระบนใบหน้า หลังการรักษา 1

วิธีการรักษารอยแผลบนใบหน้า

1. การใช้ยาทา แพทย์อาจจะพิจารณาใช้ยาทาในกรณีที่เป็นไม่มากนัก หรือร่วมกับการรักษาวิธีอื่น ยาที่ใช้ส่วนมากเป็นยาในกลุ่มวิตะมิน A โดยตัวยาจะไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ และทำให้รอยแผลนั้นตื้นขึ้น

2. การจี้ด้วยน้ำยา TCA เพื่อกระตุ้นให้รอยแผลมีการสร้างเซลล์ใหม่ หลังจากาารจี้จะเกิดสะเก็ดดำ ๆ อยู่ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วจะหลุดไปเอง และห้ามไปแกะโดยเด็ดขาด

3. การรักษาด้วยไอออนโต (IONTO) ซึ่งจะเป็นการใช้กระแสไฟฟ้าขับตัวยา ซึ่งนิยมใช้ในกลุ่มของ พวกวิตะมิน A โดยเข้าไปที่ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้รอยแผลตื้นขึ้น

4. การรักษาด้วยโฟโน (PHONO) เป็นการใช้คลื่นเสียงเป็นตัวขับตัวยาเข้าไปในผิวหนัง โดยใช้ยาใน กลุ่มวิตะมิน A บำรุงและสร้างใยคอลลาเจน

5. การรักษาด้วยวิธี MD (MICRODERMABRASION) ซึ่งเป็นการผลัดผิวใหม่ โดยใช้เครื่องมือพ่น ผงคริสตัลลงไปยังผิวหน้า เพื่อจะทำการขัดผิวส่วนที่เป็นคราบไคล และหนังกรำพร้าชั้นบนออกไป และใช้ตัวยาเร่งการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งจะให้รอยบุ๋มนั้นตื้นขึ้น

6. รักษาด้วยวิธีการกรอแผล โดยการใช้เลเซอร์ ช่วยให้รอยแผลนั้นตื้นขึ้น แต่อาจจะต้องใช้เวลา ในการรักษาค่อนข้างนาน

7. การฉีดสารสังเคราะห์ โดยแพทย์จะทำการฉีดสารสังเคราะห์ เช่น อาติคอล หรือสาร HA เข้าไป ที่รอยแผล เพื่อให้รอยแผลเต็มขึ้น

ภาพรอยขรุขระบนใบหน้า ก่อนการรักษา 2

หลังการรักษารอยแผลขรุขระ

จากการรักษาโดยวิธีการดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเองว่า สภาพผิวหน้าแบบนี้ จะใช้วิธีการรักษาแบบใดจึงเหมาะสม ที่จะสามารถไปช่วยให้รอยแผลตื้นขึ้นและดีขึ้น

แต่อาจจะไม่หายไปหมดในทันที ซึ่งการรักษานั้น อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร จึงจะต้องมีความอดทนสักระยะหนึ่ง

การปฎิบัติตัวหลังการรักษา

1. ควรพยายาม หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด จัด ๆ เนื่องจากในช่วงหลังการรักษานี้ ผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น โดยอาจจะมีอาการหน้าแดงบ้าง

ซึ่งควรที่จะ ทาครีมกันแดด เป็นประจำ ตามคำแนะนำของแพทย์

2. ก่อนใช้ยาหรือเครื่องสำอางค์บางประเภท ควรปรีกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง ห้ามนำมาใช้เองโดยพลการ

3. หลังการรักษา ควรมาพบแพทย์ทุกครั้ง ที่นัด เพื่อจะได้เป็นการรักษาต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ

4. ปฎิบัติตามคำแนะนำแพทย์ อย่างเคร่งครัด เพื่อผลของการรักษาที่ดีขึ้น

ภาพรอยขรุขระบนใบหน้า หลังการรักษา 2

ผลข้างเคียงหลังทำการรักษา

โดยทั่วไปการรักษาเพื่อ ลดรอยขรุขระบนใบหน้า อาจจะเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้บ้าง เนื่องด้วยตัวยาที่ใช้บางชนิด อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองต่อผิวหน้า เช่น อาการผิวลอกง่าย เป็นขุ่ยเล็กน้อย หรือ ผิวแดงง่าย ขึ้นเวลาถูกแดดจัด เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแล หรือให้ยาเพื่อลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

การรักษารอยแผลเป็นจากสิว

นอกจากการรักษาทางการแพทย์ที่ดีแล้ว สิ่งที่ต้องใช้อีกอย่างคือระยะเวลา เพราะจะไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีทันใด ดังนั้นจึงควร ปฎิบัติตามคำแนะนำแพทย์ อย่างสม่ำเสมอ และใจเย็น ๆ แล้วริ้วรอยขรุขระบนใบหน้าจะลดลง และรู้สึกถึงใบหน้าที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน