จี้ไฝ ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ด้วยเลเซอร์

ภาพก่อนการรักษาไฝที่ปาก

ไฝ หรือ ขี้แมลงวัน

ผิวพรรณที่ผ่องใส ไร้จุดด่างดำ เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนากันมาก การมี ขี้แมลงวันหรือไฝ สักเม็ดบนใบหน้าหรือในจุดที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้าอยู่บนริมฝีปาก ก็จะถูกมองว่าเป็นคนพูดมาก และถ้าไฝเม็ดนูนนั้นโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจกลายเป็นเนื้อร้ายได้ ฉะนั้นมาทำความรู้จักกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้

ไฝ

จัดเป็นเนื้องอกที่พบบ่อยที่สุดของมนุษย์ ลักษณะของไฝจะมีหลายลักษณะ เช่น เป็นจุดเรียบ ๆ สีน้ำตาลหรือดำ โดยมากมีขนาด 1 มิลลิเมตร ถึง 1 เซนติเมตร หรือเป็นตุ่มนูนสีน้ำตาลหรือดำ ผิวเรียบหรือขรุขระ หรืออาจจะไม่มีสีเลยก็ได้

บางครั้งอาจพบมีขนงอกอยู่บนไฝด้วย ไฝที่กล่าวมานี้ส่วนมากไม่มีอันตรายใด ๆ ส่วนใหญ่จะเอาออกเนื่องจากความสวยงาม และความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์ แต่ในทางการแพทย์ แพทย์มักจะแนะนำให้เอาออกเมื่อมีลักษณะที่บ่งชี้ว่า ไฝอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้

สามารถสังเกตุได้จากการเปลี่ยนแปลงคือ ถ้าไฝโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสีเปลี่ยนไป สีไม่สม่ำเสมอ มีเลือดออก มีอาการอักเสบ เจ็บปวด หรือขอบเขตของไฝไม่เรียบ

ภาพหลังการรักษาไฝที่ปาก

การรักษาไฝ

สำหรับการรักษาไฝ โดยทั่วไปแพทย์มักใช้ การตัดออกหรือใช้แสงเลเซอร์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของไฝ ว่าเหมาะสมกับวิธีไหน

ภาพก่อนการรักษาไฝที่แก้ม

หูด

อาการของหูดจะ เกิดจากเชื้อไวรัสที่เป็นโรคติดต่อ โดยเกิดจากการสัมผัสโดยตรงต่อสิ่งที่มีเชื้อนี้ จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือตุ่มแบนหรือเรียกว่าหูดราบ ซึ่งจะเติบโตช้าและอยู่ได้นาน โดยไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น

ส่วนใหญ่แล้วหูดมักจะหายไปเองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ถ้าหูดนั้นสร้างความรำคาญหรือเจ็บปวด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเอาออก ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การทายาเฉพาะที่ การจี้ด้วยความเย็น การจี้ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า หรือเลเซอร์ แบบเดียวกับไฝก็ได้ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และเมื่อแผลหายแล้ว ก็ไม่มีรอยแผลเป้น

ภาพหลังการรักษาไฝที่แก้ม

กระเนื้อ

ลักษณะของกระเนื้อ โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นตุ่มแบน ๆ ดูคล้ายตุ่มนั้นแปะอยู่บนผิวหนัง สีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีดำ มีตั้งแต่เป็นจุดเล็ก ๆ จนกระทั่งใหญ่ ๆ ผิวอาจจะขรุขระเล็กน้อย พบบ่อยที่หน้า คอ หน้าอกและหลัง เชื่อว่าเป็นจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามอายุ มักพบในผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มักเรียกกันว่าวัยตกกระ

ซึ่งจะมีขนาดใหญ่และจำนวนมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น มักมีประวัติเป็นในครอบครัวเดียวกัน และพบมากขึ้นในขณะตั้งครรภ์ ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว จะไม่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติอื่นในร่างกาย เพียงแต่ดูไม่สวยงามเท่านั้น

แต่ถ้ามีขนาดเล็กอาจจะใช้ การจี้ออกด้วยสารเคมี หรือไนโตรเจนเหลว แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้ทำให้เท่านั้น ถ้ามีขนาดใหญ่อาจจะต้องจี้ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ หลังจี้ออกจะมีลักษณะเป็นรอยแผลถลอกแดง ๆ ตื้น ๆ เท่านั้น

ภาพก่อนการรักษากระที่ใบหน้า

ติ่งเนื้อ

ลักษณะของติ่งเนื้อ โดยทั่วไปจะเป็นตุ่มที่มีก้านเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากผิวหนัง มีได้ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีดำ มักพบที่เปลือกตา คอ ซอกรักแร้ ขาหนีบ การรักษาคล้ายกันกับกระเนื้อ

วิธีการกำจัดและรักษา

วิธีกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ และติ่งเนื้อ จะมีวิธีเดียวกันดังนี้คือ

1. กรณีใช้เลเซอร์ จะต้องทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที แล้วจึงใช้แสงเลเซอร์ในการรักษา โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็เรียบร้อย

2. กรณีการผ่าตัด จะใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีด แล้วจึงทำการผ่าตัดโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการผ่าตัดเอาไฝ หูด หรือติ่งเนื้อออก

ภาพหลังการรักษากระที่ใบหน้า

การดูแลหลังการรักษา

หลังจากรักษาแล้ว แผลจากเลเซอร์ไม่ควรให้ถูกน้ำประมาณ 1 วัน และสามารถไปทำงานได้ตามปกติ โดยใช้ยาทาแผลทุกเช้า - เย็น ประมาณ 1 สัปดาห์

เมื่อแผลหายดีแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการโดนจากแสงแดด เพราะจะทำให้เกิดรอยดำขึ้นมาได้ และถ้าหากเป็นแผลชนิดการผ่าตัด ก็ไม่ควรให้แผลถูกน้ำหลังจากผ่าตัดประมาณ 7 วัน และควรเข้ามาพบแพทย์ตามนัดเพื่อทำการตัดไหม