การทำศัลยกรรมและเสริมโหนกแก้ม

โดยเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนจำนวนมากนิยมทำในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มเสน่ห์และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น รวมทั้งยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องที่มีมาแต่กำเนิดได้ด้วย ซึ่งข้อมูลในปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยมีมากนัก ทั้งที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพื่อใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจ

คำถามที่คนชอบถามบ่อย ๆก็คือ เสริมโหนกแก้มที่ไหนดี เสริมโหนกแก้ม ราคาเท่าไร การเสริมโหนกแก้ม เสริมได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง เป็นต้น จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงคิดที่จะจัดทำเว็บไซต์ มาเป็นทางเลือกเพื่อค้นหาข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะเสริมโหนกแก้ม

เสริมโหนกแก้ม

APR 26 2012

ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำการเสริมโหนกแก้มสูง
ข้อมูลพร้อมรีวิวและราคาการทำศัลยกรรมทั่วไป เช่น เสริมโหนกแก้ม ตัดกราม ลดโหนกแก้ม แก้คางเหลี่ยม เป็นต้น จากจุดประสงค์ในการทำรีวิวต่าง ๆในเว็บไซต์ ก็เพื่อจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของทุกท่าน ที่กำลังคิดจะทำศัลยกรรมความงาม โดยหวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย หากมีคำถามและปัญหาเรื่องการทำศัลยกรรมทั่วไป สามารถสอบถามได้ที่เว็บบอร์ด สอบถามเรื่องทำศัลยกรรม หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองคิวนัดแพทย์ ได้ที่โทร. 086-9088798 (ปิ่น ปาริชาต)

ภาพก่อนเสริมโหนกแก้ม 1

โหนกแก้ม

แก้ม เป็นองค์ประกอบที่เพิ่มหรือลดความสวยงามของใบหน้าได้ คนที่มีโหนกแก้มนูนสูง เกินไป จะทำให้มองดูใบหน้าดูกางไม่สวยงาม

ส่วนคนที่มีใบหน้าที่มี โหนกแก้มแบนหรือเล็ก เกินไป ใบหน้าอาจจะดูขาดมิติที่เด่นชัด โดยเฉพาะหากพิจารณาทางด้านข้างจะเห็นได้ชัดว่า ขาดส่วนที่โค้งนูนรับกับสันจมูก หรือในส่วนของคาง



ภาพหลังเสริมโหนกแก้ม 1

การเสริมโหนกแก้ม

การเสริมความนูน ให้กับโหนกแก้ม
คนที่มีปัญหา โหนกแก้มแบนหรือเล็ก เกินไป สามารถแก้ไขได้ด้วยการ ผ่าตัดเสริมโหนกแก้ม

หลักการก็คือ แพทย์จะเสริมความนูนโหนกของ ปุ่มกระดูกโหนกแก้ม ให้มีมากขึ้น โดยให้มีความกลมกลืนกับ กระดูกโหนกแก้ม เดิมให้มากที่สุด



ภาพก่อนเสริมโหนกแก้ม 2

วัสดุเสริมโหนกแก้ม

ซึ่งโดยทั่วไปจะมีด้วยกัน 2 ประเภทคือ

1. การเสริมด้วยกระดูกจริง ซึ่งเป็นกระดูกที่เลาะมาจากบางส่วนของร่างกาย เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกซี่โครง เป็นต้น

แต่วิธีการเสริมประเภทนี้ มีข้อจำกัดและเงื่อนไขหลายด้าน โดยเฉพาะจะต้องมีแผลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง และจะได้ความนูน ของกระดูกโหนกแก้มที่ไม่มากอย่างที่คิด ดังนั้นนั้นจึงมีความนิยมไม่มากนัก

2. การเสริมด้วยแผ่นซิลิโคน หรือสารสังเคราะห์อื่น ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน โดยซิลิโคนที่นำมาใช้นั้นที่ทั้งชนิด ที่เป็นแผ่นสำหรับนำมาเหลาขึ้นรูปเอง กับชนิดที่สำเร็จเป็นรูปโหนกแก้มมาแล้ว ในขนาดต่าง ๆ กันตามความต้องการ

ส่วนการจะเลือกใช้ชนิดใด ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ด้วย ซึ่งจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับคนไข้ แต่ละรายเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นไม่มีปัญหา เพราะเป็นวัสดุที่ปลอดภัยและไม่มีปฏิกริยาต่อร่างกาย และมีแผลเพียงตำแหน่งเดียว

คนไข้ที่ต้องการผ่าตัดเสริมโหนกแก้ม จะต้องเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจดูโครงสร้างของใบหน้าอย่างละเอียด รวมทั้งดูขนาดของซิลิโคนที่จะใช้ด้วย

ภาพหลังเสริมโหนกแก้ม 2

การผ่าตัดเสริมโหนกแก้ม

ซึ่งสามารถทำการผ่าตัดได้ 2 วิธีคือ

1. ผ่าตัดเปิดแผลเข้าทางในปาก

1.1 แพทย์จะทำการ ฉีดยาชา เข้าทางกระพุ้งแก้มด้านใน บริเวณเหนือซอกเหงือก

1.2 จากนั้นจะทำการ ผ่าตัดเปิดแผล ยาวประมาณ 2 - 3 ซม.แล้วทำการแยกกล้ามเนื้อที่เกาะกระดูกใบหน้า ขึ้นไปจนถึงบริเวณโหนกแก้ม

1.3 หลังจากนั้นจะทำการ เปิดเยื่อหุ้มกระดูก ให้เป็นช่อง มีขนาดพอเหมาะกับขนาดของซิลิโคนที่เตรียมไว้

1.4 แพทย์จะทำการ วางแผ่นซิลิโคน ไว้ที่ช่องเยื่อหุ้มกระดูก ที่ตำแหน่งของกระดูกโหนกแก้มพอดี

1.5 เมื่อตรวจสอบตำแหน่งเรียบร้อย แพทย์ก็จะทำการ เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย และเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นซิลิโคน เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งที่จัดวางไว้ด้วย

1.6 หลังจากนั้นแพทย์อาจจะ ใช้พลาสเตอร์ปิดทับภายนอกบริเวณเหนือโหนกแก้ม และรอระยะเวลาให้แผ่นซิลิโคน ยึดติดแนบกับกระดูกประมาณ 4 สัปดาห์หลังทำ

ภาพก่อนเสริมโหนกแก้ม 3

2. ผ่าตัดเปิดแผลที่เปลือกตาล่าง

บริเวณที่ชิดกับขนตา

2.1 แพทย์จะทำการ ฉีดยาชา เข้าทางใกล้กับเปลือกตา บริเวณเหนือโหนกแก้ม

2.2 จากนั้นจะทำการ แยกกล้ามเนื้อผิวหนังขึ้น เพื่อเข้าไปหารอยต่อของขอบกระดูกเบ้าตา

2.3 ต่อมาจะทำการ เปิดเยื่อกระดูกโหนกแก้ม เป็นช่องตามขนาดที่ต้องการเหมือนวิธีแรก

2.4 วางแผ่นซิลิโคน ลงไปที่ตำแหน่งของโหนกแก้ม

2.5 แพทย์จะทำการ เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งวิธีนี้จะมีแผลที่เปลือกตา โดยปกติจะหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้


ภาพหลังเสริมโหนกแก้ม 3

หลังเสริมโหนกแก้ม

ภายหลังการผ่าตัดคนไข้ต้อง ระมัดระวังการกระทบกระเทื่อน บริเวณโหนกแก้ม เพราะอาจจะทำให้แผ่นซิลิโคนนั้น เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งที่ต้องการได้

ผลข้างเคียงหลังเสริมโหนกแก้ม

1. ปกติจะไม่ค่อยมีผลข้างเคียงตามมามากนัก หากคนไข้ได้ ปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

2. ส่วนเรื่องอาการบวมถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะ ยุบบวมภายใน 1 เดือน

3. อาการชาที่บริเวณโหนกแก้มหรือริมฝีปาก จะเกิดได้ แต่จะหายไปเองในระยะเวลาไม่นาน



ข้อควรระวังเสริมโหนกแก้ม

เรื่องการเสริมโหนกแก้มด้วยวิธีผิด ๆ เช่น การฉีดซิลิโคนเหลว เข้าไปนั้น จะเป็นอันตรายอย่างมาก และยากที่แก้ไขได้ในภายหลัง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงวิธีการดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

ข้อมูลศัลยกรรมเพิ่มเติม