MAR 23 2012

ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำการฉีดโบท๊อก

ข้อมูลพร้อมรีวิวและราคา เช่น ฉีด Botox ระงับกลิ่นเหงื่อ โบท๊อกลดเหงือใต้รักแร้ จากจุดประสงค์ในการทำรีวิวต่าง ๆในเว็บไซต์ ก็เพื่อจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของทุกท่าน ที่กำลังคิดจะทำศัลยกรรมความงาม โดยหวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย หากมีคำถามและปัญหาเรื่องการทำศัลยกรรมทั่วไป สามารถสอบถามได้ที่เว็บบอร์ด สอบถามเรื่องศัลยกรรมระงับกลิ่นเหงือ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองคิวนัดแพทย์ ได้ที่โทร. 086-9088798 (ปิ่น ปาริชาต)

การฉีดโบท๊อกและการลดเหงื่อ

โดยเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนจำนวนมากนิยมทำในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มเสน่ห์และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น รวมทั้งยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องที่มีมาแต่กำเนิดได้ด้วย ซึ่งข้อมูลในปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยมีมากนัก ทั้งที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพื่อใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจ คำถามที่คนชอบถามบ่อย ๆก็คือ ทําโบท็อกที่ไหนดี คลีนิคหรือโรงพยาบาล และทำกับคุณหมอท่านไหนดี เป็นต้น จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงคิดที่จะจัดทำเว็บไซต์ มาเป็นทางเลือกเพื่อค้นหาข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ ก่อนที่จะคิดทำศัลยกรรม

โบท๊อกเป็นสารชนิดไหน

บางคนอาจเคยถามว่า โบท๊อกเมื่อฉีดไปแล้วมีอันตรายหรือไม่ ในความเป็นจริงจะเป็นสารประเภทแบคทีเรีย หลักการทำงานคือ เมื่อฉีดเข้าไปที่ชั้นของกล้ามเนื้อที่โตก็จะหดเล็กลง หรือฉีดไปที่บริเวณที่ปวดกล้ามเนื้อบ่อยๆอย่างคนสูงอายุ เช่น เวลาอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆและต้องใช้กล้ามเนื้อด้วย และเมื่อฉีดไปบริเวณนั้นที่กล้ามเนื้อหดตัว ก็จะเกิดผ่อนคลายขึ้น อาการปวดจะลดลงไป โบท๊อกไม่ใช่สารที่อยู่ได้ถาวร เมื่อระยะเวลาผ่านไปร่างกายของคนเราจะขจัดออกมา หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อฉีดไปบ่อยๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นตายหรือไม่ ซึ่งมีโอกาสที่เกิดขึ้นได้ หากเราฉีดโบท๊อกบ่อยเกินไป เช่น ฉีดทุกๆ 2-3 เดือน ดังนั้นจึงไม่แนะนำ แต่หากฉีดอย่างถูกวิธีโบท๊อกจะอยู่ได้นานขึ้น และไม่สะสมเกิดอันตรายกับร่างกาย

โบท๊อกระงับเหงื่อและกลิ่นกาย

ภาพขวดยาโบท็อกซ์ 1

ขจัดกลิ่นรักแร้

กลิ่นตัว เป็นปัญหาใหญ่ในการเข้าสังคมมาก เพราะกลิ่นตัวที่อับชื้นเหม็น ย่อมไม่เป็นที่ปรารถนาของคนทั่วไปและตนเอง เพราะนอกจากจะเป็นที่รังเกัยจแล้ว ยังทำให้ตนเองขาดความมั่นใจ ไม่กล้า ทำให้เสียบุคลิกภาพรวมทั้งหน้าที่การงานด้วย

คนสวยที่กลิ่นตัวแรง คนหล่อที่กลิ่นตัวมาก คงไม่มีใครอยากรุ็จักพบเจอ ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลและสำรวจตัวเองเสมอว่า คุณมีกลิ่นตัวหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องรีบแก้ไข เพราะจะรอให้คนอื่นเค้ามาบอกคงยาก เพราะเขากลัวคุณอาย โดยสังเกตุได้จากปฏิกิริยาคนรอบข้าง เช่น เวลาเข้าไปที่ไหนแล้วคนหนี หรือขึ้นรถเมล์แล้วไม่มีใครมายืนใกล้ ๆ ทั้งที่รถเมล์ก็แน่นมาก เป็นต้น



กลิ่นตัว

บางครั้งเกิดจากเหงื่อออกมามากผิดปกติ เช่น การที่มีวงแขนเปียกชื้น มีเหงื่อออกมาที่ฝ่ามือ เวลาหยิบเอกสารหรือจับมือกันแล้วมีคนทัก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศหรือความตื่นเต้น แต่เป็น ความผิดปกติของการหลั่งเหงือ

ซึ่งการที่หลั่งเหงื่อออกมามาก นอกจากจะก่อให้เกิดความเปียกชื้น ความเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า เกิดวงด่างหรือเสื้อผ้าเปื่อยขาดยุ่ย เป็นต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำให้เกิดปัญหากลิ่นตัว จากการหมักหมมที่บริเวณดังกล่าวด้วย

ภาพขวดยาโบท็อกซ์ 2

สาเหตุเหงื่อออกมาก

โดยทั่วไปแล้ว ภาวะการที่มีเหงื่ออกมามากผิดปกติ นั้นจะแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ

1. ภาวะแบบเหงื่อทั่วตัว (generalized)

2. ภาวะแบบเหงื่อออกมาเฉพาะที่ (local) แต่ในบทความนี้จะกล่าวเฉพาะ ภาวะแบบเหงื่อออกมาเฉพาะที่ เท่านั้น "ภาวะแบบเหงื่อออกมาเฉพาะที่" (local hyperhidrosis) โดยปกติแล้ว จะเกิดจากการทำงานมากผิดปกติของต่อมเหงื่อ ได้แก่ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า บริเวณรักแร้ บริเวณใบหน้า

โดยที่ ช่วงอายุที่พบได้บ่อยประมาณ 20 - 30 ปี เพราะว่าเป็นช่วงที่ต่อมของร่างกาย ยังทำงานดีอยู่ โดยอาจจะพบได้โดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจจะมีสาเหตุมาจากกกรรมพันธุ์ด้วย หรือการสั่งงานของสมองบางส่วนผิดปกติไป

ภาพฉีดโบท็อกซ์ที่รักแร้

การรักษาเหงื่อที่ออกมามาก

การรักษาภาวะเหงื่อออกมากผิดปกตินั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีคือ การรักษาโดยการผ่าตัด และ การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

1. การรักษาโดยผ่าตัด

ซึ่งจะมีหลายวิธีด้วยกันดังรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.1 การเลาะต่อมเหงื่อออกโดยตรง เฉพาะที่บริเวณรักแร้

1.2 โดยการใช้เครื่องดูดไขมัน ดูดร่วมกับการขูดต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังออก

1.3 การ ตัดเส้นประสาท ที่มาเลี้ยงต่อมเหงื่อ เพื่อที่จะทำให้การสั่งงานลดลง ซึ่งวิธีนี้จะใช้กับกรณีที่มีเหงื่อออกมาที่ฝ่ามือมาก

ทั้ง 3 วิธีนี้จะใช้กับในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เนื่องจากหลังทำ อาจจะมีอาการแทรกซ้อน เกิดขึ้นได้ เช่น อาจเกิดแผลที่รักแร้ มีการติดเชื้อ ขนร่วง และมีอาการปวดหรือชาได้

2. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

ซึ่งก็มีหลายวิธีเหมือนกัน ดังรายละอียดดังต่อไปนี้

2.1 การใช้น้ำยาทาเฉพาะที่ โดยทั่วไปแล้วน้ำยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มน้ำกรด aldehydes และกลุ่มที่เป็นเกลือของโลหะบางชนิด ที่นิยมใช้ก็คือเกลือ Aluminium chloride solution ซึ่งผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ แต่ที่สำคัญคือผลของการรักษาจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับการทายาเป็นประจำ และในบางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องผิวแห้งแตกด้วยได้

2.2 การใช้ยากิน เพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ได้แก่ การใช้ยาในกลุ่มที่ต้าน การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ หรือกลุ่มยาลดความซึมเศร้า ซึ่งหลังทานยาแล้ว จะได้ผลดีพอสมควร แต่ก็มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ด้วย เช่น ปากแห้ง ใจสั่น หรือตาพร่ามัวได้ ดังนั้นจึงจะไม่นิยมใช้เป็นทางเลือกแรก ๆ ในการรักษา

2.3 การใช้วิธีไอออนโตโฟรีซีส ซึ่งได้ผลที่ดีมากสำหรับกรณีเหงือออกที่ฝ่ามือมากๆ วิธีการคือนำมือไปแช่น้ำแล้วผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง สามารถทำให้เหงื่อที่ฝ่ามือน้อยลงได้ใน 3 - 4 วัน แต่การรักษาก็ยังคงไม่ถาวร เพราะจะต้องทำซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง เช่น กระทำทุกวัน เป็นต้น

2.4 การใช้ยาฉีด botox ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากที่สุดในปัจจุบัน ผลที่ออกมาเป็นที่น่าประทับใจ โดยจะพบได้ว่าหลังจากที่ได้ฉีดยาโบท๊อกไปแล้ว คนไข้จะมีอาการเหงื่อออกน้อยลงกว่าปกติ ในบริเวณที่ได้รับการฉีดยา สาเหตุก็เนื่องมาจากตัวยาออกฤทธิ์ ป้องกันการสั่งงานของเส้นประสาทได้ด้วย ที่ไปยังต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง

ดังนั้นแพทย์จึงใช้ผลอันนี้ในการรักษาภาวะเหงือ ที่ออกมามากผิดปกติอย่างได้ผลดี โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและที่รักแร้ โดยอาศัยกลไกการสกัดกั้นการสั่งงานของเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ

ภาพฉีดโบท็อกซ์ที่ฝ่ามือ

ผลข้างเคียงหลังทำ

ในวงการแพทย์ได้มีการใช้ยา BOTOX ฉีดรักษาเรื่องกลิ่นตัวและรักแร้ มาตั้งแต่ปี 1997 แล้ว โดยทำการฉีดไปที่รักแร้แต่ละข้างในขนาดที่เหมาะสม พบว่าสามารถ ทำให้รักแร้แห้งสนิท ไม่มีเหงื่อได้ภายใน 7 วัน และจะต้องฉีดอย่างต่อเนื่องประมาณ 4 - 12 เดือน จากนั้นจึงเริ่มมีเหงื่อออกมาอีกครั้ง ซึ่งสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้อีก

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น อาการที่เกิดขึ้นก็จะเหมือนกับการฉีดยาทั่วๆ ไป คือมีอาการเจ็บจากการแทงเข็มเล็กน้อย แต่โดยปกติแพทย์ จะให้ยาชาชนิดครีมทาบริเวณที่จะฉีด ไว้ก่อนล่วงหน้า ส่วนข้อเสียประการเดียวก็คือ ราคาแพง แต่ผลที่ได้เมื่อเทียบกับการผ่าตัดและผลการรักษาแล้ว ดูจะเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีและคุ้มค่าวิธีหนึ่ง แต่แพทย์ที่ฉีดจะต้องมีความรู้ความชำนาญพอสมควร ในการให้ปริมาณยาที่เหมาะสมด้วย

การฉีดยา BOTOX ในการ รักษากลิ่นตัว กลิ่นรักแร้ นับเป็นวิธีที่ได้ผลดีและเห็นผลทันใจในเวลาเพียง 1 - 3 วัน ปัญหาเหงื่อเปียกแฉะที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือใต้วงแขน ก็จะหายไป บุคลิกภาพดีขึ้นมีความมั่นใจคืนกลับมา พร้อมกับหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตด้วย

ข้อมูลศัลยกรรมเพิ่มเติม
เบอร์โทรติดต่อทำศัลยกรรมเลอลักษณ์ สอบถามการทำศัลยกรรมทางไลน์ ID pinsale4u

เลอลักษณ์ โปรโมชั่น


Tips : ทำศัลยกรรม

โบท็อกฉีดตรงไหน

การฉีดโบท็อกตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ และจะคงสภาพอยู่ได้อีกประมาณ 4-6 เดือน ต่อมาจึงต้องกลับมาฉีดซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นบริเวณไหนบ้างที่ควรฉีดโบท็อกและเห็นผลขึ้นชัดเจนบ้าง

1. รอยตีนกา ก่อนฉีดแพทย์จะต้องให้คนไข้ยิ้ม เพื่อที่จะให้เห็นรอยตีนกาว่ามีตรงไหนบ้าง หลังฉีดไปแล้วเมื่อหมดฤทธิ์ยาควรรีบกลับมาฉีดซ้ำทันที เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนี้จะทำงานบ่อยมาก

2. บริเวณหว่างคิ้ว ฉีดเพื่อลดรอยย่นเวลาขมวดคิ้ว ซึ่งจะฉีดประมาณ 4-5 จุด โดยสังเกตุได้จากเมื่อเวลามีความเครียดและมีการขมวดคิ้วเกิดขึ้น

3. บริเวณหน้าผาก การฉีดอาจต้องฉีดหลายจุด คือเห็นรอยย่นตรงไหนฉีดตรงนั้น ซึ่งรอยย่นเกิดขึ้นในเวลายกคิ้วขึ้น แต่ก็เป้นบริเวณที่ฉีดไปแล้วเห็นผลยาวนานกว่าบริเวณอื่น โดยอาจถึงประมาณ 7-8 เดือนต่อการฉีด 1 ครั้ง

4. บริเวณน่อง สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อน่องโต โดยสังเกตุเห็นกล้ามเนื้อน่องขึ้นมาเป็นมัด ๆ การฉีดอาจต้องมาฉีดซ้ำบ่อยๆ ซึ่งประมาณ 2-3 เดือนต่อครั้ง เพราะคนเราต้องเดินทุกวันและกล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่สนสูงเป็นประจำ

5. บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรักแร้ จุดประสงค์เพื่อการลดเหงื่อ โดยจะฉีดประมาณถึง 20 จุดกับคนที่มีเหงื่อออกมากในแต่ละวัน เช่น อยู่เฉยๆก็มีเหงื่อออกมาทั้งที่อยู่ในห้องแอร์ การฉีดยาโบท็อกเพื่อไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อลง ไม่ให้ผลิตเหงื่อออกมามากเกินไป

ข้อมูลและราคาทำศัลยกรรมล่าสุดทาง facebook : pinsale4u